2. ตำแหน่งสำหรับในการวาง Keyword

ให้ความใส่ใจกับรายละเอียดแต่ละส่วนแตกต่างกัน หากต้องการบอก Google ว่า นี่เป็นกลุ่มคำสำคัญนะ ก็ให้ใส่ Keyword เข้าไปในจุดหลักอีกทั้ง 5 ตำแหน่ง ดังนี้

Title หรือ ชื่อบทความ
URL ชื่อลิงก์ของบทความ (เรียกอีกอย่างว่า Slug)
ถ้าเกิดคีย์เวิร์ดของคุณเป็นภาษาอังกฤษ ก็ไม่มีปัญหา แม้กระนั้นถ้าเป็นภาษาไทย รับทำเว็บ คุณอาจควรต้องเลือกระหว่างไม่ใส่มันลงไป กับใช้ไปเลย ซึ่งจุดด้วยเป็น URL จะไม่สวยแล้วก็บางทีอาจเหลวถึงเวลาเอาไปแชร์

Description หรือ คำพรรณนาบทความ
โดย Default แล้ว เป็นย่อหน้าแรก แม้กระนั้นพวกเราก็สามารถเปลี่ยนแปลง Description เองได้เช่นกัน หากคุณใช้ WordPress ก็สามารถโหลด SEO plugin ได้แก่ Yoast SEO แล้ว Edit ปรับปรุงแก้ไขได้

Headings หรือ เรื่องต่างๆ
Headings สำหรับทำ SEO ในบทความ

การคิด Heading เขียนเนื้อหาของบทความ SEO
ตำแหน่งสำหรับในการวาง Keyword
ที่มารูปภาพ: backlinko.com
ชื่อภาพ แล้วก็ Alt Text ของภาพ
ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยอาจจะไม่รู้ว่า ชื่อของรูปภาพก็มีผลต่อ SEO ด้วย ก่อนอัปโหลดควรจะตั้งชื่อให้มีคีย์เวิร์ด และก็เมื่ออัปโหลดเข้าไปแล้ว ให้คลิกปรับปรุงแก้ไขรูปภาพ รับทำ SEO  และก็ใส่คีย์เวิร์ดใน Alternative Text ด้วย (ธรรมดาแล้ว Alt Text มีไว้สำหรับตอนที่ภาพโหลดไม่ขึ้น ก็จะโชว์เพื่อพูดว่ารูปภาพนี้เกี่ยวพันกับอะไร)

การใส่ Alt Text คำชี้แจงภาพ
ตำแหน่งสำหรับในการใส่ Alt Text แล้วก็ Image Title ใน WordPress
การคั่น Keyword เข้าไปในตำแหน่งที่มีความสำคัญในการรบทั้งยัง 5 ตำแหน่งข้างต้น บางทีอาจมองเกิดเรื่องทางด้านเทคนิค แต่ว่าวิธีนี้ก็จำต้องอาศัย ‘ความคิดริเริ่ม’ เพื่อทำให้ใจความยังมีความยุติธรรมชาติ อ่านแล้วน่าดึงดูด ซึ่งจุดที่ยากที่สุดน่าจะเป็นการเขียนหัวข้อ Heading

ได้แก่ ผู้ขายผลไม้ต้องการว่าจ้างพวกเราเขียนเนื้อหาบทความซึ่งมีไอเดียว่า “4 ผลไม้ ลดน้ำหนัก” (Keywordหมายถึง“ลดน้ำหนัก”) โดยรายละเอียดจึงควรเอ่ยถึงผลไม้ 4 จำพวก ยกตัวอย่างเช่น 1.ลูกแอปเปิ้ล 2.มะละกอ 3.กล้วย 4.ส้ม พวกเราบางทีอาจเขียน Heading ว่า

ลดน้ำหนัก ด้วยผลแอปเปิ้ล
มะละกอ ช่วยถ่าย ลดหุ่น
กล้วยหอม อิ่มท้อง ไม่ต้องอด
ลดความอ้วน แถมหวาน จำเป็นต้องรับประทานส้ม
ถ้าหากพวกเราใส่คีย์เวิร์ดได้ก็ใส่ ถ้าหากเยอะแยะไปก็เปลี่ยนแปลง ใส่พวก Related Keyword หรือคำที่สื่อความหมายใกล้เคียงเข้าไปแทน

3. จำนวนและก็ผู้กระทำระจายแบบอย่างเป็นธรรมชาติของ Keyword
แน่ๆว่าคีย์เวิร์ดมิได้ใส่ลงไปในจุดยุทธศาสตร์อีกทั้งห้าสิ่งเดียว แม้กระนั้นต้องมีเขียนถึงในเนื้อบทความบ้าง

พวกเราใช้คำว่า “บ้าง” แสดงว่า ไม่สมควรใส่เยอะเกินไป ด้วยเหตุว่า Google จะคิดว่าพวกเราพากเพียรใส่มากจนเกินความจำเป็น คำเสนอแนะโดยมากกล่าวว่า Keyword density ไม่สมควรเกิน 2.5% ซึ่ง Keyword density คือ รูปร่างของคีย์เวิร์ดเมื่อเทียบกับจำนวน Text ทั้งผองในบทความ

ข้อเสนอเป็น หากเป็นได้ พวกเราควรจะใส่คีย์เวิร์ดในประโยคแรกของบทความ แล้วเป็นให้กระจัดกระจายหละหลวมๆทั่วทั้งยังบทความ

ใน WordPress แนวทางสำหรับดู Keyword density ก็สามารถใช้ SEO plugin อย่าง Yoast SEO ตรวจตราได้ด้วยเหมือนกัน

จุดเด่นของ Yoast SEO สำหรับในการเขียนเนื้อหาของบทความ SEO

คำตอบที่ Yoast กล่าวถึงบทความ Inbound Marketing การตลาดแบบจอมยุทธ์
สีส้มๆเป็นเขาเตือนว่าพวกเราลืมเอา stop word (คำสุรุ่ยสุร่าย) ตรง Url ออก เป็นต้นว่า introduction-to-inbound-marketing ควรจะกลายเป็น inbound-marketing-introduction ไม่ต้องมี to
4. เขียนเนื้อหาของบทความประสิทธิภาพเป็นวิธีการทำ SEO ที่ดีเยี่ยมที่สุด
Search Engine ระดับนานาชาติย่อมอยากให้ผลสรุปการค้นหาของตนเองชอบใจผู้ใช้คนอ่าน ซึ่งนี่ก็แปลว่าระบบจึงควรต้องการพรีเซนเทชั่นคอนเทนต์ที่เขารู้สึกว่ามีคุณภาพ

แล้ว Google ทราบได้อย่างไร ว่าบทความไหนมีคุณภาพ?

มีหลายเรื่องให้ดูมากมาย แม้กระนั้นขอยกตัวอย่างมา 3 ปัจจัยเบื้องต้น ดังต่อไปนี้

ความยาวของบทความ
บทความที่ยาว มีลักษณะท่าทางจะเป็นบทความที่มีคุณภาพ แสดงว่า “มิได้มาเล่นๆ” ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญหลายๆคนกล่าวว่าถ้าหากเป็นได้ซัก 500 – 700 คำ พอดี แต่ว่าสำหรับชพวกเราเสนอแนะว่าควรจะอยู่ที่เฉียดฉิวๆ1,000 คำขึ้นไป

บทความสดใหม่ (Original Content)
คำว่าสดใหม่มีสองนัยหมายถึงเขียนขึ้นเอง ไม่เหมือนใคร (แล้วก็จำต้องไม่คัดลอกหรือเอาบทความอื่นมาเขียนใหม่ด้วย) กับอีกนัยนึงเป็นเขียนก่อนคนไหนกัน

ยอด Engagement บน Social Media
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากบทความของคุณได้รับการแชร์ไม่น้อยเลยทีเดียวก็จะส่งผลต่อ SEO สูงมากมาย ถ้าหากบทความของคุณมีสาระจริงๆหรือทำให้นักอ่านถูกใจได้ มั่นใจว่าคนอ่านจำเป็นต้องต้องการแชร์

5. ความสม่ำเสมอแล้วก็รออัปเดตคอนเทนต์
บทความที่ตั้งดวงใจเขียน เช็คแล้วเช็คอีกว่าดีกับ SEO หรือไม่ บางทีอาจไม่เป็นผลลัพธ์อย่างเป้าหมาย เพราะว่าขาด ‘ความสม่ำเสมอ’

เนื่องจากว่ากว่าเว็บจะเติบโต มี Authority สูงๆได้รับการยินยอมรับจาก Google ก็จำเป็นต้องใช้เวลาสะสมประสบการณ์

ในสายตาของ Search Engine อย่าง Google คอนเทนต์ที่ลงบนเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ คือ เว็บได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม เป็นเว็บที่เติบโตอยู่เรื่อยๆ เพราะว่ามีคนเข้าเยี่ยมชมเว็บอย่างสม่ำเสมอ (การแชร์ไปบนโซเชียลเน็ตเวิร์คจะช่วยทำให้ได้คนเข้ามายังเว็บโดยทันที ไม่ต้องรอคอย Google จัดลำดับ)

ส่วนด้าน Branding การที่เว็บใดมีคอนเทนต์ออกมาโดยตลอดก็ช่วยทำให้แบรนด์ได้ความสัมพันธ์แล้วก็รักษาความข้องเกี่ยวกับคนอ่านเรื่อยและก็ถ้าเกิดยิ่งมีการคิดแผนทำคอนเทนต์ในด้านที่เฉพาะๆแล้วด้วย แบรนด์ก็จะยิ่งได้รับความน่าไว้ใจ มองเป็นผู้ชี่ยวชาญในเรื่องที่เล่า

นอกนั้น ถ้าหากทำคอนเทนต์เผยแพร่ได้แล้ว จะนิ่งเฉยมิได้ จะต้องรอเช็คชั้นเว็บ พินิจพิจารณาเว็บไซต์คู่แข่งขัน รวมทั้งอัปเดตคอนเทนต์ของพวกเราให้ดีมากกว่า –ในสายตาของ Google คอนเทนต์ใหม่หรือคอนเทนต์ที่อัปเดตจะน่าไว้วางใจกว่าด้วย เพราะเหตุว่าคิดว่าข้อมูลจะเป็นปัจจุบันนี้ที่สุด